ข้อคิดจากการแชร์ประสบการณ์บล็อกเกอร์โดย อู๋ spin9 และว่านน้ำ ณ พันทิป

เข้าสู่ Blogger’s Bootcamp Week2 วิทยากรคือคุณอู๋ จากบล็อก spin9.me มาแชร์ประสบการณ์จากการเป็นบล็อกเกอร์มากว่า 10 ปี

การทำบล็อก เริ่มต้นจากความหลงใหล

  • ตัวเองเริ่มต้นด้วยความชอบ ไม่ได้โดนบังคับให้ทำ ไม่ได้เริ่มจากการหารายได้
  • ให้ทุกคนลองหลับตาและตั้งใจนึกถึงสิ่งที่ตัวเองชอบมากๆ มา 3 อย่าง โดยไม่เกี่ยวข้องกับรายได้ เป็นสิ่งที่ทำให้ใจเราเต้นแรง หรือนอนไม่หลับ เวลาเราได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการ
  • 3 สิ่งของคุณอู๋คือ tech+lifestyle+travel เติมคำว่า hack ต่อท้ายลงไป เป็นการหาทางลัดหรือช่องโหว่ของสามสิ่งนี้ที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น จนกลายเป็นธีมหลักของบล็อก
  • ทุกคนมีต่างก็สิ่งที่เราชอบสุดๆ อยู่และคุณอู๋เองจะรู้สึกยินดีด้วยมากๆ เวลาเห็นคนคนหนึ่ง achieve กับสิ่งที่เค้าอินกับมัน

คนอื่นอาจจะคิดว่าเราบ้า แต่เราจะไม่คิดอย่างนั้นหรอก

คุณอู๋ยกตัวอย่างคอนเทนต์ที่เคยเขียนเช่น

  • รีวิวเครื่องเล่น MP3 รุ่น Creative NOMAD Muvo2 ความจุ 4GB รีวิวนี้สร้างปรากฏการณ์ให้เครื่องเล่น mp3 ยี่ห้อนี้ขาดตลาด
  • พาชมโรงงาน Rolls-Royce เป็นการรีวิวประสบการณ์ที่มีเงินก็หาซื้อไม่ได้
  • รีวิวสายการบินทั้ง Business Class/First Class อีกจำนวนมาก ทุกวันนี้เวลาเดินทางจะพยายามไม่ขึ้นสายการบินซ้ำหรือโมเดลเครื่องบินซ้ำเลย
  • คุณอู๋ยังเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์รีวิวสายการบินที่ถือว่าน่าจดจำที่สุดคือ รีวิวสายการบิน Eva Air ที่ตัวเครื่องเป็น theme คิตตี้ทั้งลำ แต่ไฟลท์ของเครื่องนี้จะบินออกจากไต้หวันและไม่บอกว่าจะไปไหน ต้องไปเฝ้าที่ไต้หวันแล้วไปวัดดวงเอง จนกระทั่งได้ขึ้นไป แม้ตัวเองจะไม่่ได้ชอบคิตตี้เลย แต่โคตรตื่นเต้น ตื่นเต้นจนฝรั่งข้างๆ น่าจะงงว่ามึงตื่นเต้นอะไรนักหนาวะ
  • คนอื่นอาจจะคิดว่าเราบ้า แต่เราจะไม่คิดอย่างนั้นหรอก ถ้าเราชอบมันจริงๆ เราจะเห็นว่ามันน่าสนุก
  • เวลาคิดคอนเทนต์ลองนึกดูว่าจะทำยังไงถึงจะให้ประสบการณ์กับตัวเองและกับคนอ่านได้ดีที่สุด

คอนเทนต์ที่ดีมีองค์ประกอบ 3 อย่าง

  1. original เขียนขึ้นมาเอง
  2. in-time/timeless คือมาถูกจังหวะเวลา หรืออ่านเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
  3. โดนก๊อป เป็นตัววัดที่ชี้ขาดเลยว่าคอนเทนต์นี้ดีจริง

เมื่อบล็อกเติบโตขึ้นต้องสร้างสมดุล

3 วงนี้จะเบียดกันและกันอยู่ ถ้าวงหนึ่งใหญ่ขึ้นอีกวงหนึ่งจะเล็กลง ถ้าพูดตรงไปตรงมา เช่นร้านนี้ไม่อร่อยอย่าไปกิน ก็อาจได้รับความน่าเชื่อถือแต่รายได้อาจจะหดหายไป ถ้าเน้นขายสร้างรายได้ไม่ลืมหูลืมตา ความน่าเชื่อถือหรือจริยธรรมอาจจะหายไป การสร้างความสมดุลของ 3 สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ช่วยให้เราอยู่รอด แต่ทำให้คนอ่านยังอยู่กับเราด้วย

จริงใจกับคนอ่านแล้วจะได้รับความจริงใจกลับมา

  • เมื่อเขียนบล็อกไปนานๆ ก็อาจมีโฆษณาติดต่อมา คุณอู๋เชื่อว่าโฆษณาในยุคนี้ยอมรับได้ แต่ต้องเปิดเผย
  • ถ้าเป็นบทความโฆษณาจะเขียนว่า “บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก… แต่เป็นความคิดเห็นของผมเอง”
  • ถ้าเป็นรีวิวที่เขียนเองจะระบุไว้แทบทุกโพสว่า ไม่มีใครสปอนเซอร์ เป็นประสบการณ์ของตัวเอง
  • คำพูดนี้เป็นการแสดงความจริงใจกับคนอ่าน และช่วยรักษาสมดุลของวงกลม 3 วงไว้ได้

แต่ละวงการมีกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง

  • ต่อมาคุณอู๋เริ่มต้นทำเว็บไซต์ใหม่เกี่ยวกับรถมินิ ด้วยความชอบล้วนๆ ไม่ได้คิดจะหาเงินอะไรจากมันเลย
  • บางคนอาจจะไปยึดติดว่าคนไลก์ไม่เยอะ คนอ่านไม่เยอะ อย่ามองกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวเลขอย่างเดียว มองเป็นกลุ่มของคนที่ชอบเรื่องเดียวกันก็ได้ จะให้คนไลก์เพจรถมินิเป็นล้านคนก็คงไม่ใช่ เพราะรถมินิไม่เคย mass แค่เป็นคนที่ชอบมินิเหมือนกันก็พอ
  • ถ้าเราทำในสิ่งที่เราชอบ คนจะนึกถึงเราเอง ในวันที่ต้องนึกถึง
  • ลองเข้าไปแนะนำตัวกับคนในวงการดูบ้างก็ได้ แล้วจะรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด

ความสุขคือรายได้

  • ถ้ายังหาตัวตนไม่เจอ ให้ย้อนกลับไปคำถามแรกว่า 3 สิ่งที่เราอินกับมันที่สุดตอนแรกคืออะไร ไม่แน่ว่าอาจจะได้ไอเดียไปเปิดบล็อกใหม่เลยด้วยซ้ำ
  • ลองคิดดูว่าจุดสูงสุด (pinnacle) ของวงการนั้นมันเป็นยังไง แล้วไปทางนั้น
  • แทนที่เราจะทำงานหารายได้แล้วนำเงินไปซื้อความสุขอีกต่อ การได้ทำอะไรที่เรามีความสุขแต่แรกก็เหมือนมีรายได้แล้วนะ

สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากคุณอู๋คือความอินในเรื่องที่เล่า เวลาเล่าจะมีความตื่นเต้นอยู่ในท่าทางและน้ำเสียง รู้สึกได้เลยว่าคุณอู๋ทำในสิ่งที่รักอย่างตั้งใจ และส่งต่อพลังนั้นมาให้พวกเราได้จริงๆ พอฟังแล้วก็ได้กลับมาหาตัวเองอีกครั้งว่าตัวเองชอบอะไรแน่ (ซึ่งก็ย้ำความเชื่อเดิมว่าเราชอบวิทยาศาสตร์อ่านะ) สุดท้ายแล้วถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน จะทำอะไรก็เอาความสุขเป็นตัวตั้งไป จบ!

วิทยากรท่านที่สองคือคุณว่านน้ำ ณ พันทิป ในหัวข้อ “จริยธรรมในการทำคอนเทนต์”

  • บล็อกเกอร์คนอื่นพูดให้ทำมาเยอะแล้ว วันนี้จะมาห้ามไม่ให้ทำบ้าง มีหลายสิ่งในโลกออนไลน์ที่ต้องระวัง คนอื่นมาจุดไฟ วันนี้คุณว่านน้ำจะมาดับไฟ
  • ทุกวันนี้เราทุกคนคือสื่อ และเราก็ตกอยู่ในสายตาสื่อตลอดเวลา Social network ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว ทุกคำพูดหลุดออกไปได้เสมอ
  • รู้หรือไม่? กฎของ Facebook ห้ามทำแคมเปญโดยการให้กด like หรือ share
  • รู้หรือไม่? กฎของ Pantip ห้ามเขียนกระทู้แลกค่าตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเงิน voucher แม้จะเป็นกระทู้ Sponsor Review [SR] ก็ตาม
  • มารยาททั่วไปในการใช้สื่อออนไลน์ อย่าโพสเรื่องส่วนตัวมากเกินไป อย่าอวดจนเกินงาม อย่าด่วนด่า อย่าสะกดผิด ฯลฯ แต่จงให้
  • สรุปกฎหมายลิขสิทธิ์สั้นๆ อย่าก๊อป อย่าครอป อย่าดูด แค่ให้เครดิตไม่พอ
  • คนเดี๋ยวนี้มี bullshit detection ไวมาก อย่าคิดว่าคนอ่านโง่ ไม่รู้อะไร
  • อย่าหน้าเงิน อย่าทำงานฟรี อย่างกงาน อย่าหลอกกินค่าหัวคิว
  • บล็อกเกอร์ไม่ใช่สื่อฟรี แต่อย่าใช้ความเป็นบล็อกเกอร์ เที่ยวฟรี กินฟรี ใช้ของฟรี
  • อย่าตีมูลค่าทุกอย่างเป็นเงิน ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในวงการก็สำคัญ อย่าฝืนรับงานรีวิวที่ไม่ใช่สไตล์ตัวเอง ส่งต่อให้เพื่อนบล็อกเกอร์ด้วยกันก็ได้
  • อย่าลืมว่าคนที่เสียเงินซื้อสินค้า/บริการคือใคร คนที่ต้องแคร์คือคนที่ติดตามเรา ไม่ใช่ agency

ส่วนตัวเห็นว่าคอนเทนต์ไม่ค่อยเป็น “จริยธรรมในการทำคอนเทนต์” เท่าไหร่ เนื้อหาจะค่อนไปทางมารยาทในการใช้สื่อ กับเตือนภัยโลกไซเบอร์มากกว่า แต่ได้รับคำเตือนที่เป็นประโยชน์กลับมาก็จะระวังเอาไว้ในชีวิตการเป็นบล็อกเกอร์ต่อไป

สรุป Blogger Bootcamp Week2 ก็จบแต่เพียงเท่านี้ อย่าลืมติดตามกันต่อในอาทิตย์หน้านะครับ

ส่งต่อเรื่องนี้ให้เพื่อน

Comments