[รีวิวสายวิทย์] พาชมโลกต่างดาวในงาน Avatar: Discover Pandora

ในฐานะแฟนหนังอวกาศ ตั้งแต่ได้ข่าวว่านิทรรศการ Avatar: Discover Pandora จะมาเปิดให้ชมในไทย ก็คอยมาตลอดอยากรู้ว่างานจะออกมาหน้าตายังไง เพราะดาวในหนังดวงนี้มีธรรมชาติที่น่าไปเที่ยวอยู่เยอะไปหมด เรียกว่าถ้ามีเปิดให้ไปเที่ยวก็คงต้องเก็บตังค์ไปเที่ยวกันซักตั้ง ทั้งต้นไม้เรืองแสง ภูเขาลอยได้กลางเมฆหมอก และนกยักษ์ที่ขึ้นขี่ได้  ตัวหนังยังถ่ายทอดเรื่องการเกื้อกูลกันของสิ่งมีชีวิต การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และชวนให้เรากลับมามองตัวเองว่าเราก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของวัฏจักรธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ฉากในจินตนาการของหนังเรื่องนี้ถูกยกมาตั้งที่ไทยแล้ว และผมก็ไปเข้าชมตั้งแต่วันแรกเลย จะเป็นยังไงตามมาดูกัน

ปูเนื้อเรื่องย่อก่อนไปชม

Avatar เล่าถึงภารกิจสำรวจดวงดาวอันห่างไกลในช่วงกลางศตวรรษที่ 22 แพนโดราคือดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์อัลฟา เซนทอรี เอ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกไป 4.2 ปีแสง จุดประสงค์ของการสำรวจดาวแพนโดรานี้คือการหาแร่อันออบเทเนียมที่ว่ากันว่าแค่กิโลเดียวก็มีค่าถึงเจ็ดร้อยล้านบาท แต่อุปสรรคสำคัญคือชนพื้นเมืองที่เรียกว่าชาวนาวีที่ยึดครองพื้นที่แหล่งแร่อยู่ ชื่อหนังเรื่องอวตารมาจากร่างกายของชาวนาวีที่สร้างขึ้นในห้องแล็บของมนุษย์ โดยมนุษย์สามารถย้ายจิตใจของตัวเองมาอยู่ในร่างกายชาวนาวีนี้ได้ ร่างกายนี้จึงเปรียบเหมือนร่างอวตารของมนุษย์นั่นเอง ตัวเอกของเรื่องคือหนึ่งในผู้ที่ย้ายจิตใจไปอยู่ในร่างอวตารนี้ และได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชาวนาวี

avatar-movie

ชาวนาวีจากเรื่อง Avatar – Wikimedia

สถานที่จัดงาน

จัดที่ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ ตั้งแต่เวลา 11:00-21:30น. งานจัดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 3 กันยายน 2560 เท่านั้น

บัตรค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 490 บาท เด็ก (4-12 ปี) 390 บาท

การซื้อตั๋วสามารถซื้อได้ที่หน้าเว็บไซต์ www.avatardiscoverpandorath.com หรือมาซื้อที่หน้างานก็ได้ แต่พอได้ตั๋วมาแล้วต้องมาแลกบัตรแข็งที่มีบาร์โค้ดสำหรับร่วมกิจกรรมภายในงานก่อน

พอเข้างานมาเราต้องลงทะเบียนชื่อกับอีเมล์ของเรา สอดบัตรด้านที่เป็นบาร์โค้ดเข้าไปแล้วตอบคำถามสั้นๆ เมื่อเราร่วมกิจกรรมภายในงาน ระบบจะบันทึกผลแล้วส่งกลับมาให้เราทางอีเมล์ด้วย เพราะฉะนั้นกรอกอีเมล์กันให้ถูกนะครับ

เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยเราก็ขึ้นยานพร้อมออกเดินทาง มีเจ้าหน้าที่มาสอนภาษานาวีแบบเบสิคให้เช่นคำว่าสวัสดี ขอบคุณ และลาก่อน และตามด้วยการแนะนำดาวแพนโดราแบบคร่าวๆ

สำหรับคนที่ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อน ไม่ต้องกลัวว่าจะงงครับเพราะมีอธิบายเนื้อเรื่องกันตั้งแต่เข้างานเลย

แนะนำระบบดาวอัลฟา เซนทอรี เอ และดาวแพนโดรา

และประตูสู่ดาวแพนโดราก็เปิดออกมาพร้อมกับหมอกหนา ห้องแรกที่เราเข้ามาคือป่าแพนโดราที่รวบรวมพืชนานาชนิดไว้ด้วยกัน นี่คือ “หูกะก๊อต” ต้นไม้ที่กลิ่นเหม็นที่สุดในแพนโดรา

เห็นช่องสีดำข้างๆ มั้ย ช่องนั้นเป็นช่องที่เราสามารถเอาจมูกไปสูดกลิ่นของหูกะก๊อตให้เต็มปอด ไหนๆ ก็มาถึงแล้วก็เข้าไปดมสิ

อาห์ ชื่นจาย

กลิ่นมันก็มีความเหม็นๆ ทะแม่งๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเหมือนอะไร รู้แต่มันเหม็น ก่อนดมจะมีปุ่มให้กดเพื่อปล่อยกลิ่นออกมา ผู้ชมงานคนไหนไม่รู้คงไม่ค่อยได้กลิ่น เลยกดปุ่มปล่อยกลิ่นไปรัวๆ ปรากฏว่าเหม็นฟุ้งไปทั่ว ไม่ต้องก้มหน้าไปดมยังได้กลิ่นเลยจ้า

(นี่ยังฉุนจมูกอยู่) และยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ให้เราจับ ลูบและฟังเสียงอีก เช่นต้นเฮลิคอราเดียนที่จะหุบลงเมื่อถูกสัมผัส กลไกนี้สามาถใช้ดักจับแมลงเล็กๆ ได้ด้วย

เราออกไปจากห้องนี้กันดีกว่า ต่อมาเป็นห้องที่แนะนำชาวนาวี โดยมีชาวนาวีขนาดเท่าตัวจริงมาให้เห็นกันจะจะ

มีขนาดฝ่ามือฝ่าเท้ามาให้เทียบกับเราด้วย (เพิ่งรู้ว่าชาวนาวีมี 4 นิ้ว) นิ้วโป้งของชาวนาวีสามารถพับเข้าฝ่ามือได้ (opposable thumb) เช่นเดียวกับมนุษย์เรา ทำให้สามารถหยิบจับวัตถุได้สะดวก

ในห้องนี้ยังมีอาวุธและเครื่องดนตรีพื้นเมืองของชาวนาวีให้ลองฟังดูด้วย ส่วนที่ชอบของห้องนี้คือบทเรียนภาษานาวีง่ายๆ ที่สอนให้อัดเสียงเราเก็บไว้ แล้วส่งมาให้เราทางอีเมล์ ต้องใช้บัตรแข็งที่แจกให้เราตอนเข้างานด้วยนะ

ตามมาด้วยควิซคุณคือสัตว์ชนิดใดในแพนโดรา มีความคล้ายควิซที่เล่นกันบนเฟซบุ๊กหน่อยๆ โดยจะให้กรอกลักษณะนิสัยของเราแล้วก็จับคู่กับสัตว์บนดาว (อันนี้ส่วนตัวไม่ค่อยอินแฮะ) เวลาร่วมกิจกรรมที่ต้องใช้บัตรลงทะเบียน อย่าลืมกดปุ่มแชร์รูปสามเหลี่ยมสีเหลืองตรงมุมขวาบนด้วยทุกครั้งนะครับ ผลจะได้บันทึกไว้ให้เรา

หลังจากรู้ว่าเราเป็นตัวอะไรไปแล้ว ห้องถัดมาก็จะพาเราไปเจอกับสัตว์ในป่าแพนโดรา ซึ่งก็เป็นตัวจากควิซเมื่อกี้นี่แหละ

ไวเปอร์วูลฟ์ เจ้าตัวแสบที่มาไล่กัดพระเอกในป่า มีแผ่นสแกนให้เห็นอวัยวะภายในของมันด้วย แผ่นสแกนนี้เลื่อนไปมาได้และมีหลายอันรอบตัวไวเปอร์วูลฟ์ ทำให้เราเห็นทั้งฟัน กล้ามเนื้อ และหัวใจที่กำลังเต้นของมันเลย

ก่อนออกจากห้องก็ตบท้ายด้วยควิซว่านี่ขี้ตัวอะไร (ยังงี้ก็ได้เหรอ?) ดีนะที่ไม่มีให้ดมด้วย

ถัดมาคือตัวแบนชี่ นกยักษ์หน้าตาเหมือนไดโนเสาร์ที่ชาวนาวีขึ้นขี่ได้

แบนชี่ มีสัสันแตกต่างกันไปที่ช่วยให้พวกมันกลมกลืนกับสถาพแวดล้อม

ในห้องนี้เราสามารถบินไปกับแบนชี่ได้ โดยไปยืนในจุดที่แบนชี่รอเราอยู่ แล้วกระพือปีก ร่อน หรือตบมือ

และเรายังสามารถเลือกสีแบนชี่ที่เราถูกใจได้ด้วย (แต่หาสีที่ถูกใจไม่ค่อยเจอแฮะ) อย่าลืมกดแชร์ให้รูปนี้ส่งเข้าอีเมล์เรานะครับ

กลับมาที่ส่วนค่ายสำรวจของฝั่งมนุษย์กันบ้าง ห้องถัดไปจะแสดงเครื่องไม้เครื่องมือที่พวกเราใช้สำรวจดาวแพนโดรา ทั้งเครื่องแต่งกาย หรือAMP Suit มีซิมูเลเตอร์ให้ทดลองขับเจ้าชุดเกราะนี้ด้วย

ในห้องนี้ยังมีแร่อันออบเทเนียมให้ดูพร้อมคุณสมบัติของมันให้ศึกษากัน ว่ากันว่าแร่ชนิดนี้สามารถเป็นซูเปอร์คอนดัคเตอร์ได้ที่อุณหภูมิห้องเลย ทำให้มันเป็นที่ต้องการและราคาแพงมาก

และก็มาถึงป่าแพนโดราในยามค่ำคืนที่มีสีสันเรืองแสงระยิบระยับเต็มไปหมดจากสารเรืองแสงในร่างกาย ว่ากันว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวแพนโดราสามารถเปล่งแสงในเวลากลางคืนได้เกือบทุกชนิด แม้แต่ชาวนาวีเอง ห้องนี้เด็กๆ น่าจะชอบเพราะมีบริเวณที่เหยียบแล้วพื้นจะเรืองแสงขึ้นมาตรงที่เราเหยียบเลย

เฮกซาเพด เป็นสัตว์เชื่องไม่ดุร้าย และเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุดในแพนโดรา

ไฮไลท์เด็ดสุดคงเป็นรุกขชาติแห่งวิญญาณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวนาวี

รุกขชาติแห่งวิญญาณเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวนาวี และทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับเอวามากที่สุด

ในห้องนี้เราสามารถสร้างร่างอวตารของเราได้เอง โดยสแกนบัตรแล้วถ่ายรูปหน้าเราเข้าไป

ว่ากันว่าหากเมล็ดพันธุ์ของรุกขชาติแห่งวิญญาณมาเกาะที่ตัวเราจะสื่อถึงฤกษ์งามยามดี ในห้องนี้ก็มีเมล็ดพันธุ์มาส่งเราก่อนกลับด้วย

ห้องสุดท้ายเป็นห้องขายของที่ระลึก ซึ่งเราสามารถสั่งซื้อรูปที่ถ่ายตอนเข้างานและเลือกช็อปได้ตามสะดวก

นอกจากตัวงานจะนำเสนอข้อมูลของดาวแพนโดราอย่างละเอียดแล้ว ยังแฝงสาระตอนจบนิทรรศการด้วยทุกครั้ง โดยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่มีอยู่บนโลก เช่นในห้องป่าแพนโดราที่มีต้นไม้ยักษ์ พืชส่งกลิ่นฉุน ก็จะมีสรุปให้ดูก่อนออกจากห้องว่าบนโลกของเราก็มีพืชแปลกๆเหมือนกันเช่นพืชกินแมลง หรือพืชที่ไวต่อการสัมผัส หรือในห้องป่าเรืองแสงก็มีเล่าเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเรืองแสงบนโลกของเราให้รู้จัก เรียกได้ว่านอกจากจะได้ดำดิ่งไปในโลกจินตนาการแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงกับโลกในชีวิตประจำวันของเราได้ด้วย

FAQ

งานจัดที่ไหน ราคาเท่าไหร่

งาน Avatar: Discover Pandora จัดที่ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ ตั้งแต่เวลา 11:00-21:30น. ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. – 3 ก.ย. 2560
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ MRT ลาดพร้าว ออกทางออก 4 แล้วต่อรถเมล์ (ผ่านแทบทุกสาย) หรือแท็กซี่
บัตรค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 490 บาท เด็ก (4-12 ปี) 390 บาท

มีข้อแนะนำอะไรมั้ย

  • ก่อนเข้างานต้องฝากกระเป๋าก่อน อย่าพกของมีค่าที่ไม่จำเป็นไป
  • ในงานห้ามใช้ขาตั้งกล้องหรือถ่ายเปิดแฟลช เตรียมกล้องที่ถ่ายรูปกลางคืนสวยๆ ไปด้วยจะดีมาก
  • กลับบ้านมาแล้วอย่าลืมเช็คอีเมล์ พอลงทะเบียนตามขั้นตอนเสร็จ เราสามารถเข้าไปโหลดกิจกรรมที่เราทำวันนี้เก็บเอาไว้ได้

งานนี้เหมาะกับใคร

โดยสรุปแล้วแฟนหนัง Avatar เด็กๆ ที่รักการสำรวจดินแดนใหม่ๆ และผู้ที่สนใจนิทรรศการแบบ interactive ไม่ควรพลาด
รีวิวการเดินทางสู่แพนโดราก็จบเพียงเท่านี้ แต่พื้นที่นี้ยังรอให้นักสำรวจหน้าใหม่เข้าไปเยี่ยมเยือนอยู่

สำหรับวันนี้ คิเยวาเม (ลาก่อน ในภาษานาวี)

ส่งต่อเรื่องนี้ให้เพื่อน

Comments